พลังแห่งการเปลี่ยนแปลง! พาชม 2 ไอเดียแฟลตฟอร์มดิจิทัลเพื่อสังคม จัดการแผงลอย-จัดการการเงิน จากเยาวชนผู้ชนะในโครงการ ยูธ โคแล็บ

Spread the love

 

ปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และเทคโนโลยีต่าง ๆ ยิ่งมีการเปลี่ยนแปลงเร็วเท่าไหร่ ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมและอุปสรรคของผู้คนในการเข้าถึงทรัพยากรต่างๆ ก็ยังคงเป็นไปอย่างไม่เท่าเทียมกัน

 

ดังนั้นการจะจัดการกับปัญหาดังกล่าวให้ลดน้อยลงได้ต้องอาศัยความร่วมมือกันจากทุกฝ่ายในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศในทุกด้าน เพื่อให้ทุกคนในประเทศสามารถดำเนินชีวิตได้ ซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งผลักดันให้ประเทศมีมั่นคงและแข็งแกร่ง

 

ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่จะพาทุกคนไปชมไอเดียของเยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากโครงการ ยูธ โคแล็บ 2021 (Youth Co:Lab 2021) จากความร่วมมือของมูลนิธิซิตี้ (Citi Foundation) และโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้มาแลกเปลี่ยนไอเดียธุรกิจ และนวัตกรรมเพื่อสังคม ควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพเยาวชน

 

โดยมุ่งเน้นพัฒนา ให้ความรู้ ความเข้าใจ และให้คำปรึกษาแก่เยาวชนในด้านต่าง ๆ สู่การเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเพื่อสังคม ที่จะเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นในสังคมโลก โดย 2 ไอเดียดี ๆ ของเยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้ นับเป็นจุดเริ่มต้นอันดีที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทยที่ได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยแก้ไขปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น

 

• ลดปัญหา – สร้างโอกาส ยกระดับอาชีพหาบเร่แผงลอยให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายและเชื่อถือได้

 

เริ่มต้นที่  Carter แพลตฟอร์มเพื่อหาบเร่ แผงลอย และผู้ค้ารายย่อย ของทีมเดอะ โฮมิเนี่ยนส์ (The Hominians) หนึ่งในทีมผู้ชนะที่มีแรงบันดาลใจจากการมองเห็นปัญหาหนี้สินของหาบเร่แผงลอยและผู้ค้าที่ดำเนินธุรกิจอยู่ในตลาดทั่วประเทศไทย

 

เนื่องด้วยกลุ่มแรงงานเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มแรงงานนอกระบบที่ไม่ได้รับสวัสดิการ และความคุ้มครองตามกฎหมาย ทำให้ยังมีความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากร เช่น การเข้าถึงต้นทุนในการดำเนินธุรกิจที่ปัจจุบันส่วนใหญ่ต้องไปกู้เงินนอกระบบมาใช้ในการดำเนินชีวิต เนื่องจากไม่สามารถขอสินเชื่อถูกกฎหมายได้ รวมถึงการเข้าไม่ถึงความรู้ด้านการเงิน ขาดหลักฐานทางการเงินที่ถูกต้อง และไม่สามารถทำบัญชีรายรับรายจ่ายได้ เป็นต้น

 

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติปี 2563 พบว่าประเทศไทยมีจำนวนแรงงานอยู่ประมาณ 37.9 ล้านคน แบ่งเป็นแรงงานในระบบหมายถึงแรงงานที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงานอยู่ที่ประมาณ 17.5 ล้านคน และกว่า 20.4 ล้านคน เป็นแรงงานนอกระบบที่ไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายแรงงาน แสดงให้เห็นว่ากลุ่มแรงงานที่ส่วนใหญ่ยังคือกลุ่มนอกระบบที่ยังคงไม่ได้รับการคุ้มครองต่าง ๆ ทั้งในด้านสุขภาพและความมั่นคงในชีวิต

 

ดังนั้นแพลตฟอร์ม Carter เพื่อผู้ค้าหาบเร่แผงลอยและผู้ค้าในตลาด จะเข้ามาทำหน้าที่เชื่อมโยงและสนับสนุนให้เกิด Ecosystem โดยมีจุดประสงค์หลักคือ แพลตฟอร์มที่ทำให้การทำธุรกรรมทั้งหมดอยู่ในรูปแบบบออนไลน์ที่สื่อสารแบบสองทางประกอบไปด้วยผู้ค้ากับผู้ซื้อ

 

โดยแอปพลิเคชันฝั่งผู้ค้าจะมีระบบ POS ทำหน้าที่ช่วยจัดการร้านค้า ในการสร้างระบบทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอัตโนมัติ ซึ่งมีการเชื่อมต่อกับแอปฯ ของธนาคาร รวมถึงการบันทึกรายรับรายจ่ายที่มาจากเงินสด โดยท้ายที่สุด แอปฯ จะรายงานผล Transaction ทั้งหมดออกมาในรูปแบบแผนภูมิ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถดูและประมวลผลได้ง่าย อีกทั้งยังสามารถดูย้อนหลังได้แบบรายวัน รายสัปดาห์ และรายเดือน ซึ่งจะเป็นการยืนยันด้านการเงินที่ผู้ค้าสามารถนำไปใช้ยื่นขอสินเชื่อจากธนาคารได้

 

ในขณะที่ฝั่งผู้ซื้อ (ผู้ซื้อทั่วไป หรือ นักท่องเที่ยว) เบื้องต้นแอปพลิเคชันจะมีระบบ Smart Map ที่จะแสดงร้านค้าทั้งหมดที่อยู่ในบริเวณโดยรอบเพื่อให้ผู้ซื้อหรือนักท่องเที่ยวสามารถค้นหาร้านค้าที่สนใจในบริเวณใกล้เคียงได้อย่างสะดวก ตลอดจนมีระบบ Countdown of Events ที่แสดงให้เห็นพื้นที่ที่มีการจัดกิจกรรม ภายในตลาด งานวัด

 

รวมทั้งข้อมูลสำคัญของร้านต่าง ๆ เช่น ร้านไหนได้รับประกาศนียบัตรความสะอาดหรือ ความอร่อย อย่าง  Clean Food Good Taste – มาตรฐานสุขาภิบาลอาหาร  หรือ  Michellin Guide ตลอดจนในอนาคตจะพัฒนาระบบจ่ายเงินออนไลน์ให้กับนักท่องเที่ยว โดยมีฟีเจอร์ เช่น Buy Now, Pay Later ที่จะชักชวนให้นักท่องเที่ยวสามารถใช้จ่ายแบบไร้กังวลอีกด้วย

 

นางสาวอัยรดา ส่งพัฒนายุทธ ซีอีโอ ทีมเดอะ โฮมิเนี่ยนส์ (The Hominians) ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Carter เผยว่า ปัจจุบันภาพรวมของเศรษฐกิจไทยยังคงความเหลื่อมล้ำระหว่างนายทุนรายใหญ่กับผู้ค้ารายย่อยอย่างหาบเร่แผงลอยในฐานะเด็กรุ่นใหม่ มองเห็นว่าการแก้ปัญหาในโลกยุคใหม่คือการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนช่วยเพื่อลดช่องว่างที่เกิดขึ้นเหล่านี้

 

อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนให้กลุ่มแรงงานที่ทำอาชีพเหล่านี้ยังดำเนินธุรกิจต่อไปด้วยการเชื่อมโยงทั้งแหล่งเงินทุนไปจนถึงกลุ่มผู้บริโภค ทั้งหมดล้วนส่งผลต่อกันไม่ว่าจะเป็นระบบเศรษฐกิจ การจัดการชุมชนเมือง หรือการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในฐานะที่พวกเราเป็นส่วนหนึ่งของสังคม จึงมองว่าเป็นความรับผิดชอบที่ทุกคนในสังคมควรจะร่วมมือกันหาทางออกและไม่ปล่อยให้สังคมเหลื่อมล้ำไปมากกว่านี้”

 

• ดึงเทคโนโลยีการเงินช่วยลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ ตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัลของสังคมมุสลิมไทยยุคใหม่

 

ต่อกันด้วยโครงการ แพลตฟอร์มระบบการจัดการซะกาตแห่งประเทศไทย (www.zakatthailand.com) โดยซะกาตแห่งประเทศไทยเป็นแพลตฟอร์มระบบซะกาตออนไลน์ครบวงจร ที่มีวัตถุประสงค์จัดทำขึ้นเพื่อช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และลดปัญหาความยากจนในสังคมมุสลิมไทยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

โดยซะกาตถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบสวัสดิการสังคมในศาสนาอิสลามที่มุ่งเน้นให้สวัสดิการในการดูแลปกป้องบุคคลในสังคมที่เข้าตามเกณฑ์และเงื่อนไขที่บัญญัติศาสนาอิสลามได้กำหนดไว้ เช่น คนขัดสน คนยากไร้ ผู้ที่เป็นหนี้สิน ฯลฯ เป็นต้น

 

จากในอดีตที่ต้องประสบกับปัญหาการขอรับซะกาตของมุสลิมจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังมีรูปแบบการแจกจ่ายซะกาตส่วนใหญ่ที่ดำเนินการในลักษณะปัจเจกชน คือการแจกจ่ายแก่คนที่มีสิทธิรับในวงแคบและเป็นไปอย่างจำกัด ทำให้ระบบการแจกจ่ายซะกาตยังไม่สามารถบรรลุผลสมจุดมุ่งหมายอย่างแท้จริง ความช่วยเหลือทางสังคมที่จะตกแก่คนยากจน ขัดสน ผู้ด้อยโอกาส จึงยังไม่เกิดประสิทธิผลอย่างที่ควรจะเป็น

 

ดังนั้น แพลตฟอร์มระบบการจัดการซะกาตแห่งประเทศไทย ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสมาคมศิษย์เก่าเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี จะทำหน้าเป็นตัวกลางในการเชื่อมระหว่างผู้จ่ายซะกาต องค์กรบริหารซะกาต และผู้ขอรับซะกาต

 

โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวมีความสะดวกในการใช้งาน ทั้งฝั่งผู้จ่ายสามารถคำนวนซะกาตได้ทุกประเภทอย่างถูกต้อง แม่นยำและจ่ายได้หลายช่องทาง องค์กรบริหารซะกาตอย่างโปร่งใสเพราะมีระบบบันทึกรายงานการเงินของกองทุนซะกาต และภาพกิจกรรมแจกจ่ายซะกาตแสดงบนหน้าเว็บไซต์ ส่วนผู้ขอรับซะกาตสามารถขอรับซะกาตผ่านแพลตฟอร์มได้โดยตรงและมีการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลโดยเจ้าหน้าที่หลังจากรับซะกาตเพื่อพัฒนาผู้รับซะกาตสู่การเป็นผู้จ่ายซะกาตหรือหลุดพ้นจากการเป็นผู้รับซะกาต สามารถพึ่งพาตนเองได้ และอยู่ได้อย่างยั่งยืน

 

นางสาวอาดีละห์ สาแม ตัวแทนผู้พัฒนาแพลตฟอร์มระบบการจัดการซะกาตแห่งประเทศไทย เผยว่า หลังจากการเปิดให้บริการแพลตฟอร์มระบบการจัดการซะกาตแห่งประเทศไทยมาเป็นระยะเวลากว่า 6 เดือน พบว่าได้รับความสนใจจากผู้ขอรับซะกาตเป็นอย่างมาก โดยแพลตฟอร์มสามารถช่วยให้ผู้ที่มาขอรับซะกาตได้รับความสะดวกสบายในการขอรับซะกาต เนื่องจากสามารถดำเนินการทางออนไลน์ได้ทำให้ไม่ต้องเดินทาง

 

ในขณะที่ฝั่งผู้บริหารซะกาตก็สามารถดำเนินการได้อย่างเป็นระบบมากขึ้นเพราะมีข้อมูลบันทึกรายงาน โดยอนาคตต่อจากนี้จะพัฒนาระบบให้มีประสิทธิภาพสามารถเชื่อมโยงระบบซะกาตได้หลากหลายขึ้น รวมถึงการพยายามเชิญชวนให้ผู้บริจาคซะกาตรวมถึงผู้มีสิทธิ์รับซะกาตเข้ามาใช้บริการให้มากขึ้นตามลำดับ อันเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยลดปัญหาความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นได้ สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมูลนิธิซิตี้ได้ที่ www.citifoundation.com รวมถึงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการยูธ โคแล็บ (Youth Co: Lab) ผ่านเว็บไซต์ https://www.youthcolab.org/

LASTEST NEWS

TAG
5G LINE ประเทศไทย TikTok การลงทุน การศึกษา การเงิน ขนส่ง ค้าปลีก ชอปปิ้งออนไลน์ ดิจิทัล คอนเท็นต์ ดิจิทัล ทรานฟอร์เมชัน ดีแทค ที่อยู่อาศัย ธนาคาร ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ นวัตกรรม นิสสัน ประเทศไทย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกันชีวิต ผลประกอบการ พลังงาน ยานยนต์ รถยนต์ รีเทล สโตร์ วิดีโอ สตรีมมิ่ง สมาร์ทโฟน สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA สุขภา่พ หัวเว่ย อสังหาริมทรัพย์ อีคอมเมิร์ซ เครื่องใช้ไฟฟ้า เอสเอ็มอี เอไอเอส แต่งตั้งผู้บริหาร แอปพลิเคชัน โมบายล์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ โลจิสติกส์ ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้

RELATED NEWS