ฟอร์ติเน็ต ตอกย้ำเบอร์หนึ่งต่อเนื่อง เผยผลวิจัยล่าสุด ช่องว่างทักษะไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ทำให้เกิดช่องโหว่องค์กรในเอเชีย สูงถึง 72%

Spread the love

 

ฟอร์ติเน็ต เผยผลการศึกษาชิ้นใหม่เกี่ยวกับช่องว่างทักษะด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ที่อาจนำไปสู่การเกิดช่องโหว่ในองค์กร และยังส่งผลกระทบถึงความสูญเสียของธุรกิจทั้งรายได้และชื่อเสียง สร้างความกังวลใจให้กับผู้บริหารระดับสูงในปัจจุบัน พร้อมเร่งส่งเสริมโปรแกรมการฝึกอบรมในฐานะผู้นำตลาดที่ได้รับการยืนยันจาก ฟรอสท์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan)

 

โดยมีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดในประเทศไทยที่ 28.5 เปอร์เซ็นต์ ในตลาดเน็ตเวิร์ก ซีเคียวริตี้ ในปีที่ผ่านมา โดยตั้งเป้ามุ่งเน้นฝึกอบรมเพื่อสร้างมืออาชีพที่มีทักษะและความรอบรู้ด้านไซเบอร์ให้ได้ 1 ล้านคน เพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะดังกล่าวภายในปี 2026

 

ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบอัตโนมัติและครบวงจร เปิดเผยผลการรายงานในภาคพื้นเอเชีย เกี่ยวกับช่องว่างด้านทักษะไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ประจำปี 2022 (2022 Cybersecurity Skills Gap Report) โดยรายงานระดับโลกชิ้นใหม่นี้ เผยว่าการขาดแคลนผู้มีทักษะด้านการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ยังคงเป็นปัญหาท้าทายและส่งผลสะท้อนสู่องค์กรหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเกิดช่องโหว่ด้านการรักษาความปลอดภัย และอาจทำให้ต้องสูญเสียเงินในที่สุด

 

นอกจากนี้ ช่องว่างทักษะดังกล่าวยังคงเป็นความกังวลใจอันดับต้นสำหรับผู้บริหารระดับสูงขององค์กร และกลายเป็นเรื่องที่ผู้บริหารระดับกรรมการบริหารให้ความสำคัญเป็นอันดับสูง โดยเป็นรายงานที่จัดทำสำรวจผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีและไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ครอบคลุมประเทศไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย รายงานยังเสนอแนะแนวทางในการแก้ปัญหาช่องว่างด้านทักษะ อย่าง การฝึกอบรมและออกใบรับรอง เพื่อเพิ่มความรู้ให้กับบุคลากร

 

ราชีช แพนเดย์ รองประธานฝ่ายการตลาด ฟอร์ติเน็ต เปิดเผยถึงผลการสำรวจชิ้นใหม่ “การจัดทำสำรวจของเราในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และฮ่องกง นับเป็นส่วนหนึ่งของการรายงานทั่วโลกที่แสดงให้เห็นว่า 71 เปอร์เซ็นต์ ของบริษัทที่เข้าร่วมการสำรวจ ต่างประสบกับความยากลำบากในการว่าจ้างผู้มีความสามารถซึ่งมีคุณสมบัติด้านเทคโนโลยีไซเบอร์ซีเคียวริตี้เข้าทำงาน โดย 63 เปอร์เซ็นต์ เห็นพ้องว่าการขาดคนเก่งที่มีทักษะดังกล่าวยังส่งผลกระทบร้ายแรงถึงธุรกิจ และเนื่องจากมีองค์กรจำนวนมากขึ้นที่นำเทคโนโลยีอย่างคลาวด์และระบบออโตเมชั่นมาใช้งาน จึงทำให้การขาดผู้เชี่ยวชาญด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้กลายเป็นปัญหาที่หนักขึ้น

 

และเพื่อมุ่งเน้นแก้ปัญหาช่องว่างดังกล่าว ฟอร์ติเน็ตจึงได้ขึ้นโครงการ Training Advancement Agenda (TAA) และโปรแกรม Training Institute เพื่อช่วยให้เข้าถึงโปรแกรมฝึกอบรมได้มากขึ้น พร้อมมอบใบรับรองด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับองค์กรที่มีการว่าจ้างบุคลากรในสายนี้ ตามที่ระบุอยู่ในรายงาน โดยฟอร์ติเน็ตได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะฝึกอบรมมืออาชีพจำนวน 1 ล้านคนให้ได้ภายในปี 2026 และจากทำงานร่วมกับพันธมิตรในประเทศ เรายังประสบความสำเร็จในการออกใบรับรองจำนวนกว่า 840,000 ฉบับ นับตั้งแต่ที่เริ่มมีการนำโปรแกรมนี้มาปรับใช้

 

ผลกระทบขยายไปทั่วโลก จากการขาดแคลนทักษะด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้

จากรายงานบุคลากรด้านไซเบอร์ (Cyber Workforce Report) ประจำปี 2021 ของ ISC พบว่าภาคพื้นเอเชียแปซิฟิกมีช่องว่างบุคลากรด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ใหญ่ที่สุด คิดเป็นจำนวน 1.42 ล้านคน แม้ว่าช่องว่างด้านบุคลากรในเอเชียแปซิฟิกจะลดลงจากปีก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม แต่ก็ยังต้องปรับปรุงอยู่อีกมาก

 

เมื่อค่าใช้จ่ายของการละเมิดช่องโหว่ทำให้องค์กรต้องเสียทั้งชื่อเสียงและกำไร ไซเบอร์ซีเคียวริตี้จึงกลายเป็นเรื่องสำคัญอันดับต้นสำหรับคณะกรรมการระดับบริหารมากยิ่งขึ้น โดย 89 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรในภาคพื้นเอเชียมีคณะกรรมการบริหารที่บอกว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ขององค์กรได้ถามคำถามเจาะจงเรื่องของไซเบอร์ซีเคียวริตี้โดยเฉพาะ และ 79 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรมีคณะกรรมการบริหารที่แนะนำว่าควรเพิ่มบุคลากรเพื่อมาดูแลด้านไอทีและไซเบอร์ซีเคียวริตี้เป็นพิเศษ

 

เสริมความก้าวหน้าด้านทักษะไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ด้วยการฝึกอบรมและการออกใบรับรอง (Certifications)

รายงานช่องว่างด้านทักษะของฟอร์ติเน็ต ได้แสดงให้เห็นว่า การฝึกอบรมและการให้ใบรับรอง หรือ certifications เป็นแนวทางสำคัญที่หลายองค์กรมองหา เพื่อมาช่วยรับมือกับปัญหาช่องว่างด้านทักษะดังกล่าว

 

ทั้งนี้ ในรายงานเผยว่า 97 เปอร์เซ็นต์ของบรรดาผู้นำเชื่อว่าการออกใบรับรองที่มุ่งเน้นเรื่องเทคโนโลยี จะให้ผลกระทบเชิงบวกในเรื่องการทำงานและทีมงานขององค์กร ในขณะที่ 86 เปอร์เซ็นต์ของผู้นำอยากจ้างคนที่มี certifications รับรองแล้ว นอกจากนี้ 89 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบสำรวจยังบอกว่ายินดีจะจ่ายเงินให้กับบุคลากรที่มี certifications หนึ่งในเหตุผลหลักที่ทำให้เรื่อง certifications ได้รับการยอมรับอย่างสูงเนื่องจากเป็นเครื่องยืนยันถึงการตระหนักรู้และความรู้เรื่องไซเบอร์ซีเคียวริตี้ได้เป็นอย่างดี

 

การได้รับใบรับรองสร้างผลกระทบอย่างไร

นอกจากการให้คุณค่าในเรื่องของการรับรองแล้ว 93 เปอร์เซ็นต์ขององค์กร ได้มีการนำโปรแกรมฝึกอบรมมาใช้เพิ่มการรับรู้เรื่องไซเบอร์ อย่างไรก็ตาม 51 เปอร์เซ็นต์ของผู้นำเชื่อว่าบุคลากรของตนยังขาดความรู้ที่จำเป็นอยู่ ซึ่งทำให้เกิดคำถามว่าโปรแกรมการสร้างการรับรู้เรื่องการรักษาความปลอดภัยที่มีอยู่มีประสิทธิภาพหรือไม่

 

ภัคธภา ฉัตรโกเมศ ผู้จัดการประจำประเทศไทย ฟอร์ติเน็ต ได้พูดถึงกลยุทธ์ด้านการฝึกอบรมเพื่อเติมเต็มช่องว่างทักษะ สำหรับองค์กรที่มองหาการฝึกอบรมเพื่อสร้างการรับรู้เรื่องการรักษาความปลอดภัย ฟอร์ติเน็ตได้นำเสนอบริการฝึกอบรมและสร้างการรับรู้เรื่องการรักษาความปลอดภัย (Security Awareness and Training service) ผ่านสถาบันฝึกอบรมของฟอร์ติเน็ตที่ชนะเลิศรางวัล

 

โดยบริการดังกล่าวยังช่วยปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลที่สำคัญขององค์กรจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ ด้วยการสร้างการรับรู้ให้กับพนักงานเกี่ยวกับไซเบอร์ซีเคียวริตี้ โดยบริการนี้ได้รับการอัปเดตความรู้เท่าทันภัยคุกคามจาก FortiGuard Labs ของฟอร์ติเน็ต เพื่อที่พนักงานจะได้เรียนรู้พร้อมติดตามความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับวิธีการโจมตีทางไซเบอร์ที่มีพัฒนาการล่าสุด เพื่อป้องกันบริษัทจากการละเมิดช่องโหว่และความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น

 

“ในฐานะของผู้นำตลาดไซเบอร์ซีเคียวริตี้ โดยล่าสุด เรายังได้รับการยืนยันความเป็นที่หนึ่งทั้งในตลาดประเทศไทย และในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีส่วนแบ่งรายได้สูงสุดในตลาดเน็ตเวิร์ก ซีเคียวริตี้ในประเทศไทยถึง 28.5 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้เราได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของช่องว่างทักษะดังกล่าว ที่เป็นความกังวลใจของธุรกิจทั่วโลก จึงมุ่งมั่นพัฒนาทักษะด้านไซเบอร์ซีเคียวริตี้ ด้วยโปรแกรมการฝึกอบรมในระดับต่างๆ ให้กับคู่ค้าของฟอร์ติเน็ตอย่างจริงจังต่อเนื่อง”

 

ทั้งนี้ ฟรอสท์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลชั้นนำของโลก ได้ทำการวิเคราะห์ตลาดเน็ตเวิร์ก ซีเคียวริตี้ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงประเทศไทย และได้รับรอง (certify) ว่าจากการแข่งขันของตลาดด้านเน็ตเวิร์ก ซีเคียวริตี้ ฟอร์ติเน็ตคือผู้ที่มีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุดของประเทศไทยในปี 2564

 

ตอบโจทย์ปัญหาเรื่องการสรรหาและรักษาพนักงาน ด้วยความมุ่งมั่นเรื่องความหลากหลายของบุคลากร ปัญหาท้าทายสำคัญสำหรับองค์กรคือการสรรหาและรักษาบุคลากรที่เหมาะสมเพื่องานสำคัญด้านการรักษาความปลอดภัย ตั้งแต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์ตลอดจนนักวิเคราะห์ของ SOC โดยในรายงานยังพบว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้นำในเอเชียให้การยอมรับว่าองค์กรต้องพยายามอย่างมากในการสรรหาพนักงาน ในขณะที่อีก 57 เปอร์เซ็นต์ก็พยายามอย่างยิ่งในการรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้

 

ส่วนหนึ่งของปัญหาท้าทายเรื่องการจ้างงาน คือการสรรหาบุคลากรผู้หญิง นักศึกษาจบใหม่ และชนกลุ่มน้อย โดย 76 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรในเอเชีย มองว่าการสรรหานักศึกษาจบใหม่เป็นอุปสรรคอันดับต้นๆ ในการว่าจ้างงาน ตามด้วย 75 เปอร์เซ็นต์ของผู้นำ มองเรื่องการสรรหาบุคลากรผู้หญิง และ 62 เปอร์เซ็นต์กล่าวว่าการว่าจ้างชนกลุ่มน้อยถือเป็นความท้าทาย ในขณะที่องค์กรต่างต้องการสร้างทีมงานที่มีความหลากหลายมากขึ้นและมีความสามารถสูงขึ้น 90 เปอร์เซ็นต์ของบริษัทในเอเชียต่างมีเป้าหมายที่เด่นชัดว่าความหลากหลายนับเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ในการว่าจ้างงาน

 

นอกจากนี้ รายงานยังแสดงให้เห็นว่า 75 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรมีโครงสร้างอย่างเป็นทางการในการสรรหาบุคลากรผู้หญิงโดยเฉพาะให้มากขึ้น และ 59 เปอร์เซ็นต์มีกลยุทธ์อยู่แล้วในการจ้างชนกลุ่มน้อยเข้าทำงาน นอกจากนี้ 65 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรยังมีความพยายามในการจ้างผู้มีประสบการณ์มากขึ้น

 

การสำรวจช่องว่างด้านทักษะการทำงานของฟอร์ติเน็ต

 

• เป็นการจัดทำสำรวจผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีและไซเบอร์ซีเคียวริตี้ จำนวนกว่า 110 รายในประเทศไทย สิงคโปร์ ฮ่องกง ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

 

• ผู้เข้าร่วมการสำรวจมาจากสายอุตสาหกรรมหลากหลาย ได้แก่ เทคโนโลยี (36%) การผลิต (17%) และบริการด้านการเงิน (11%)

LASTEST NEWS

TAG
5G LINE ประเทศไทย TikTok การลงทุน การศึกษา การเงิน ขนส่ง ค้าปลีก ชอปปิ้งออนไลน์ ดิจิทัล คอนเท็นต์ ดิจิทัล ทรานฟอร์เมชัน ดีแทค ที่อยู่อาศัย ธนาคาร ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ นวัตกรรม นิสสัน ประเทศไทย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัท บราเดอร์ คอมเมอร์เชี่ยล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกันชีวิต ผลประกอบการ พลังงาน ยานยนต์ รถยนต์ รีเทล สโตร์ วิดีโอ สตรีมมิ่ง สมาร์ทโฟน สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA สุขภา่พ หัวเว่ย อสังหาริมทรัพย์ อีคอมเมิร์ซ เครื่องใช้ไฟฟ้า เอสเอ็มอี เอไอเอส แต่งตั้งผู้บริหาร แอปพลิเคชัน โมบายล์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ โลจิสติกส์ ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้

RELATED NEWS