NTT DATA ส่ง NXT Mobility Charge แพลตฟอร์มบริหารจัดการจุดชาร์จ EV อัจฉริยะมาตรฐานสากล

Spread the love

 

บริษัท เอ็นทีที เดต้า (ประเทศไทย) จำกัด ภายใต้เครือบริษัท เอ็นทีที เดต้า คอร์ปอเรชัน จำกัด ผู้นำด้านธุรกิจดิจิทัลและบริการด้านไอทีชั้นนำระดับโลก เตรียมพร้อมส่งมอบบริการ NXT Mobility Charge ระบบแพลตฟอร์มบริหารจัดการจุดชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หรือ รถยนต์ EV (Electric Vehicle) แบบครบวงจร

 

ตั้งแต่ให้คำปรึกษา ออกแบบ จัดหาระบบ พัฒนาแอปพลิเคชัน และบริการหลังการขาย เจาะกลุ่มค่ายรถยนต์ และผู้ประกอบการสถานีเติมน้ำมันและแก๊ส ภาครัฐ กลุ่มผู้พัฒนาอสังหา หลังทั่วโลกให้ความสำคัญกระตุ้นการใช้รถยนต์ EV เพิ่มมากขึ้นเพื่อมุ่งสู่ Net zero ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพื่อสร้างโลกอย่างยั่งยืน

 

ในขณะที่ประเทศไทยเดินหน้าสนับสนุนการใช้รถยนต์ EV เพื่อมุ่งสู่การเป็นเอเชียฮับ โดยภาครัฐและเอกชนในประเทศไทยต่างรวมมือทะลายกำแพงความท้าทาย เร่งขยายสถานีชาร์จที่ปัจจุบันยังมีไม่ถึง 1,000 จุด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค

 

นายฮิโรนาริ โทมิโอกะ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็นทีที เดต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัท เตรียมพร้อมส่งมอบบริการ NXT Mobility Charge หรือ บริการ EV Charging Platform เครื่องมือบริหารจัดการสถานีชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หรือ รถยนต์ EV (Electric Vehicle) อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้บริการแพลตฟอร์มซึ่งจะเป็น Software ช่วยบริหารจัดการจุดชาร์จได้จากศูนย์กลางแบบเบ็ดเสร็จ และบริการพัฒนา Mobile Application ด้วยการออกแบบและจัดทำแอปพลิเคชันตามความต้องการของลูกค้า เพื่อสนับสนุนการส้รางประสบการณ์ให้ลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น

 

โครงสร้างพื้นฐานหลังบ้าน สามารถทำได้ทั้งบน Cloud และ On-Premise เจาะกลุ่มเป้าหมาย ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ EV ผู้ประกอบการสถานีเติมน้ำมัน และสถานีแก๊สเชื้อเพลิงขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่ รวมไปถึงผู้ให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ EV ในสังกัดภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ ผู้ประกอบการค้าปลีก และผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มีนโยบายสนับสนุนการใช้งานรถยนต์ EV เพื่อตอบสนองการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งมุ่งให้ความสำคัญกับการลดปริมาณก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์

 

ทั้งนี้ NXT Mobility Charge ได้ผ่านการรับรองตามมาตรฐาน Open Charge Point Protocol (OCPP standard) เวอร์ชั่นล่าสุด ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก สามารถยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดสถานีชาร์จได้จากศูนย์กลาง

 

โดยมีจุดเด่นด้านเทคนิคดังนี้

1. โครงสร้างของชุดซอฟท์แวร์ แบบ Multi-tenant สำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายจุดชาร์จรถยนต์ EV (Charge Point Operators: CPO) และผู้ให้บริการการเข้าจุดชาร์จที่หลากหลายรอบพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ (e-mobility providers: EMPs) สามารถปรับรูปแบบของ Software ให้เข้ากับรูปแบบธุรกิจที่แตกต่างกัน

 

2. เป็นสถาปัตกรรมไอทีแบบ Kernel-based รวมถึงแนวคิดการให้สิทธิ์ในการเข้าถึงข้อมูล สำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายจุดชาร์จรถยนต์ EV (CPO) และผู้ขับขี่

 

3. ช่วยเพิ่มส่วนขยายฟังก์ชั่นการทำงานแบบเฉพาะเจาะจงตามความต้องของลูกค้า ด้วยโครงสร้างที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดที่เปลี่ยนไปได้อย่างรวดเร็ว

 

4. การพัฒนาแอปพลิเคชันสามารถนำไปใช้งานบนคลาวด์ (Cloud-native application) ด้วยเทคโนโลยีที่มีความพร้อมใช้งานสูงและปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น สามารถให้บริการในรูปแบบ PaaS (Platform as a Service)

 

5. ระบบ API ที่การันตีว่าสามารถผสานการทำงานร่วมกับระบบที่มีอยู่เดิมได้อย่างง่ายดาย โดยสามารถให้บริการครบวงจรตั้งแต่บริการให้คำปรึกษา วางแผนและออกแบบ ดำเนินการติดตั้งและการดูแลรักษาระบบ

 

นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้สนับสนุน Customer Experience เพื่อต่อยอดบริการที่ดียิ่งขึ้นและส่งเสริมการตลาดรวมไปถึงบริการหลังการขายโดย NXT Mobility Charge จะช่วยให้ผู้ใช้งาน ค้นหาจุดชาร์จที่อยู่ใกล้ และทำการจองคิวเพื่อใช้งานล่วงหน้าผ่านแอปพลิเคชันได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ส่งเสริมการทำ Marketing Campaign ผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อสร้างความสนใจในระหว่างรอใช้บริการ ต่อยอดสู่ระบบสะสมคะแนนหรือการเก็บข้อมูลเพื่อการทำ CRM

 

สามารถผสานการทำงานร่วมกับระบบ Payment gateway ผ่านแอปพลิเคชันที่รองรับการชำระเงินได้หลายรูปแบบ อาทิ Credit card, Debit card, QR code และ Mobile banking รวมถึง e-Wallet หรือระบบการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งเป็นบริการเสริมที่ช่วยให้การนำข้อมูลมาวิเคราะห์ ต่อยอดกิจกรรมทางการตลาดและพัฒนารูปแบบการให้บริการ

 

NXT Mobility Charge ยังช่วยส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และบริการจัดการการใช้พลังงานจุดชาร์จรถยนต์ EV ให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยระบบ Intelligent Energy Management

 

ปัจจุบันทั่วโลกกำลังผลักดันการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในภาคประชาชน ภาคธุรกิจ และภาครัฐอย่างจริงจัง เพื่อมุ่งสู่ Net Zero ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ให้เป็นศูนย์เพื่อให้โลกสามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน โดยสมาพันธ์ Zero Emission Vehicle Transition Council มีข้อตกลงเห็นพ้องตรงกันว่า ภายในปี 2583 ผู้ผลิตรถยนต์จะเดินหน้าผลิตและจำหน่ายยานพาหนะที่ปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ประกอบกับยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเป็นหนทางสำคัญในการหลุดพ้นจากปัญหาราคาน้ำมันที่ผันผวน

 

โดยทั่วโลกเริ่มหันมาให้ความสำคัญมากขึ้มีการออกกฎระเบียบและใช้มาตรการกระตุ้นต่างๆ เพื่อผลักดันยอดจำหน่ายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นรวมถึงประเทศไทย ในขณะที่ไทยเริ่มมีความชัดเจนในมาตรการกระตุ้นการผลิตและการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ทั้งในส่วนของมาตรการทางภาษี

 

วางเป้าหมายภายปี 2573 จะผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% หรือ EV ให้ได้ร้อยละ 30 หรือประมาณ 6.22 ล้านคัน และความท้าทายสำคัญในการกระตุ้นเพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้รถยนต์ EV ให้ประสบผลสำเร็จ คือการเพิ่มจำนวนจุดชาร์จไฟฟ้าแบบเร็วตามพื้นที่สาธารณะต่างๆ ให้เพียงพอ ปัจจุบันประเทศไทยมีจุดชาร์จประมาณ 600 จุด โดยหัวใจสำคัญของการให้บริการจุดชาร์จ คือการบริหารจัดการจุดชาร์จอย่างมีประสิทธิภาพ คุ้มค่า คุ้มทุน และสร้างรายได้ให้กับธุรกิจอย่างยั่งยืน

LASTEST NEWS

TAG
LINE ประเทศไทย TikTok กลุ่มทรู การศึกษา การเงิน ขนส่ง ค้าปลีก ชอปปิ้งออนไลน์ ซัมซุง ดีแทค ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี (ttb) ธนาคาร ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ นวัตกรรม นิสสัน ประเทศไทย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเทคโนโลยี บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกันชีวิต ผลประกอบการ พลังงาน ยานยนต์ รถยนต์ รีเทล สโตร์ วิดีโอ สตรีมมิ่ง สมาร์ทโฟน สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA สุขภา่พ หัวเว่ย อสังหาริมทรัพย์ อีคอมเมิร์ซ เกรท วอลล์ มอเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า เอสเอ็มอี เอไอเอส แต่งตั้งผู้บริหาร แอปพลิเคชัน โมบายล์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ โลจิสติกส์ ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้