ดีแทคเผยผลประกอบการไตรมาส 2/65 EBITDA margin แข็งแกร่ง

Spread the love

 

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค รายงานผลประกอบการเป็นบวก จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ในครึ่งปีแรก 2565 ทั้งนี้ การมุ่งเน้นขยายโครงข่าย และการปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มีส่วนทำให้เกิดการเติบโตท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคที่ค่อยๆ ดีขึ้นอย่างช้าๆ และการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้น บริษัทยังคงมี EBITDA margin ที่แข็งแกร่งในช่วงครึ่งปีแรก 2565 เป็นผลจากการมุ่งเน้นกลยุทธ์การดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ

 

นายชารัด เมห์โรทรา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค กล่าวว่า ไตรมาส 2 ปี 2565 สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาคของประเทศไทยปรับตัวดีขึ้นอย่างช้าๆ เนื่องจากการผ่อนคลายการเดินทางระหว่างประเทศที่ทำให้นักท่องเที่ยวและแรงงานต่างด้าวเริ่มกลับเข้ามาในประเทศ อย่างไรก็ตาม ความท้าทายยังคงอยู่จากผลกระทบของโควิด-19 และอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นซึ่งส่งผลกระทบในทางลบต่อกำลังซื้อของลูกค้า การแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการโทรคมนาคมยังคงทวีความรุนแรงขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2565

 

แม้จะมีความท้าทาย แต่ดีแทคยังคงให้ความสำคัญในกลยุทธ์เพื่อส่งมอบคุณค่าให้กับลูกค้าต่อไป เราบรรลุเป้าหมาย 100% ในการขยายบริการ 5G ไปยัง 77 จังหวัดของประเทศไทย ในขณะที่ยังคงขยายโครงข่ายคลื่นความถี่ต่ำเพิ่มขึ้น 4,600 สถานีฐานในครึ่งแรกของปี 2565 ทำให้มีจำนวนสถานีฐานบนคลื่น 700 MHz ทั้งหมด 17,800 สถานี ณ สิ้นไตรมาสที่สอง

 

จากความทุ่มเทนี้ทำให้เราสามารถรักษาคะแนนความพึงพอใจที่มีต่อเครือข่ายสุทธิอยู่ในระดับที่สูง มีการร้องเรียนในเรื่องโครงข่ายการให้บริการลดลงอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้น 412,000 รายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2565

 

ณ สิ้นไตรมาสที่ 2/65 ดีแทคมีจำนวนผู้ใช้บริการทั้งหมดอยู่ที่ 20.3 ล้านราย เพิ่มขึ้น 412,000 รายจากไตรมาสก่อน รายได้ค่าบริการไม่รวม IC เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 2.5 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการแข่งขันที่เข้มข้น และรายได้ IDD ที่ลดลง EBITDA สำหรับไตรมาส 2/65 มีมูลค่า 8,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.4 จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.8 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมี EBITDA margin (normalized) แข็งแกร่งอยู่ที่ร้อยละ 41.5 ในไตรมาสที่ 2/65 และมีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่สองของปี 2565 คิดเป็น 1,004 ล้านบาท

 

นายนกุล เซห์กัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการเงิน ดีแทค กล่าวว่า กลยุทธ์ของดีแทคในการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางยังคงดำเนินต่อไป โดยมีลูกค้ากลุ่มธุรกิจ (B2B) และบริการที่นอกเหนือจากการเชื่อมต่อ (dtac beyond) เป็นปัจจัยในการขับเคลื่อน สำหรับในปีนี้ ดีแทคตั้งเป้าที่จะเพิ่มการเติบโตของรายได้ในอัตราร้อยละที่เป็นเลขสองหลักจากธุรกิจ B2B โดยเน้นไปที่ SME และโซลูชั่นกับข้อเสนอบริการด้านการเชื่อมต่อสำหรับลูกค้ากลุ่มธุรกิจ ตลอดจนการเข้าเป็นพันธมิตรกับคู่ค้าทางธุรกิจเพื่อร่วมกันสร้างคุณค่า

 

โดยในครึ่งปีแรกนั้น รายได้จากการให้บริการจาก B2B เติบโตขึ้นร้อยละ 16 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ dtac beyond ยังคงเติบโตต่อเนื่องโดยมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 15 จากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจากการเติบโตของจำนวนผู้ใช้บริการและจำนวนธุรกรรมที่เพิ่มมากขึ้น และบริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนประสิทธิภาพซึ่งมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพในเชิงโครงสร้าง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงร้อยละ 11 จากปีก่อนในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2565

 

EBITDA สำหรับไตรมาส 2/65 เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.4 จากไตรมาสก่อน ได้รับผลกระทบทางบวกประมาณ ~1 พันล้านบาท จากค่าใช้จ่ายในการติดตั้งวงจรกรองสัญญาณรบกวนคลื่นความถี่ 900 MHz ที่สามารถนำไปหักออกจากค่าธรรมเนียม USO ตามประกาศของ กสทช. และได้รับผลกระทบทางลบจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการประมาณ 140 ล้านบาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียว กำไรสุทธิสำหรับไตรมาสที่สองดีขึ้นจากไตรมาสก่อน โดยได้แรงหนุนจาก EBITDA ที่สูงขึ้น หักล้างด้วยประมาณการผลเสียหายที่เกิดจากเหตุการณ์เพลิงไหม้มูลค่าประมาณ 560 ล้านบาท CAPEX สำหรับไตรมาสนี้อยู่ที่ 3,343 ล้านบาท

 

เนื่องจากผลกระทบที่ยืดเยื้อจากโควิด-19 และการแข่งขันที่เข้มข้น ดีแทคจึงได้ปรับปรุงแนวโน้มสำหรับปีงบประมาณ 2565 โดยบริษัทคาดว่าจะมีการส่งมอบรายได้จากการให้บริการ (ไม่รวมค่า IC) ที่คงที่จนถึงลดลงในอัตราร้อยละที่เป็นเลขหลักเดียวในระดับต่ำ ในขณะที่ EBITDA ซึ่งไม่รวมค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมกิจการ จะอยู่ในช่วงแนวโน้มที่ให้ไว้ และปรับระดับการลงทุนมาอยู่ที่ 11-13 พันล้านบาท

 

ตัวเลขสำคัญทางการเงิน ในไตรมาส 2 ปี 2565 (หลัง TFRS 15 และ 16)

 

รายได้จากการให้บริการไม่รวมค่า IC 13,921 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 2.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

 

EBITDA อยู่ที่ 8,290 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 15.4 จากไตรมาสก่อน และลดลงร้อยละ 2.8 จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

 

อัตรากำไร EBITDA (normalized) อยู่ที่ร้อยละ 41.5
กำไรสุทธิ 1,004 ล้านบาท

LASTEST NEWS

TAG
5G LINE ประเทศไทย realme TikTok การลงทุน การศึกษา การเงิน ขนส่ง ค้าปลีก ชอปปิ้งออนไลน์ ดิจิทัล คอนเท็นต์ ดิจิทัล ทรานฟอร์เมชัน ดีแทค ที่อยู่อาศัย ธนาคาร ธนาคารกสิกรไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ นวัตกรรม นิสสัน ประเทศไทย บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเทคโนโลยี บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ประกันชีวิต ผลประกอบการ พลังงาน ยานยนต์ รถยนต์ รีเทล สโตร์ วิดีโอ สตรีมมิ่ง สมาร์ทโฟน สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (สพธอ.) หรือ ETDA สุขภา่พ หัวเว่ย อสังหาริมทรัพย์ อีคอมเมิร์ซ เครื่องใช้ไฟฟ้า เอสเอ็มอี เอไอเอส แต่งตั้งผู้บริหาร แอปพลิเคชัน โมบายล์ เซอร์วิส โพรวายเดอร์ โลจิสติกส์ ไซเบอร์ ซีเคียวริตี้