รีวิว การนั่งรถแท็กซี่ไฟฟ้าครั้งแรกกับ AION ES ของ EVme Plus

Spread the love

 

รถแท็กซี่ ดูเหมือนว่าจะเหมาะกับการใช้พลังงานไฟฟ้ามากที่สุด เพราะนอกจากจะชาร์จครั้งเดียววิ่งได้ทั้งวันแล้ว ยังหมดปัญหาข้ออ้างของการไปเติมแก๊สอีกด้วย นอกจากนี้ด้วยการขับอยู่บนท้องถนนตลอดเวลาการใช้เชื้อเพลิงแบบเดิมก็สร้างมลพิษไม่น้อยเลยทีเดียว

 

ดังนั้นการหันมาใช้พลังงานไฟฟ้าที่ไม่มีการสร้างมลพิษ ก็จะช่วยลดฝุ่นพิษและทำให้ลมหายใจของคนเมืองดีขึ้นได้ นับได้ว่าช่วยเพิ่มจำนวนมนุษย์รักษ์สิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นมาอีก 1 คน

 

บริษัท อีวี มี พลัส จำกัด (EVme Plus) จัดตั้งขึ้นโดยบริษัท อรุณ พลัส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้ ปตท. เพื่อดำเนินธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า จึงจัดให้มีทางเลือกใหม่ให้กับคนขับแท็กซี่ ผ่าน “AION ES เพื่อการขนส่งสาธารณะ”

 

โดย ‘AION ES Model เพื่อการขนส่งสาธารณะ’ คือ ซีดาน 4 ประตู 5 ที่นั่งขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า 100 % สามารถวิ่งได้ไกลหลังจากชาร์จเต็มด้วยระยะทางสูงสุดได้ประมาณ 442 กิโลเมตร ซึ่งเรียกได้ว่าการขับแบบคลาน ๆ บนการจราจรติดขัด หรือจะเร่งบ้างหยุดบ้างในระหว่างวัน ระยะทางนี้ใช้ได้ 1 วันแบบเหลือ ๆ

 

 

เรื่องขนาดตัวก็ไม่ต้องห่วง เพราะ AION ES Model มีมิติตัวถัง ยาว 4,810 มิลลิเมตร กว้าง 1,880 มิลลิเมตร สูง 1,545 มิลลิเมตร ความยาวฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร ความจุห้องสัมภาระท้ายขนาด 450 ลิตร ซึ่งโดยรวมแล้วจัดว่าใหญ่กว่ารุ่นแท็กซี่นิยม ขนาดตัวใหญ่พอ ๆ กับแท็กซี่ที่ให้บริการในสนามบินเลยทีเดียว

 

ดังนั้นด้วยขนาดที่ใหญ่โตทำให้พื้นที่ภายในห้องโดยสารมีความกว้างขวาง และสะดวกสบาย แถมด้านท้ายยังบรรจุสัมภาระได้มากมายอีกด้วย เช่นเดียวกับการออกแบบภายนอกที่โฉบเฉี่ยว ด้วยชุดไฟหน้าแบบ LED มาพร้อมไฟส่องสว่างขณะวิ่งในเวลากลางวัน (DRL) ไฟท้าย LED แบบ Laser Blade

 

เช่นเดียวภายในที่ทันสมัย มาพร้อมเทคโนโลยีและสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นหน้าจออินโฟเทนเมนท์ระบบสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Duo Zone ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสาร พร้อมช่องเสียบ USB 2 ช่อง พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบ 2 ก้าน

 

 

ระบบ TCS Cruise Control ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อม Auto Hold (รถติดก็ไม่เมื่อย )ระบบช่วยเบรกฉุกเฉิน (Emergency Breaking Assistant :EBA) ช่วยให้ปลอดภัยมากขึ้นในเวลาที่คนขับขาดความระมัดระวัง กล้องมองภาพขณะถอยหลัง ระบบป้องกันการไหลของรถ (Auto Vehicle Hold : AVH) ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ออปชั่นเหล่านี้ ยิ่งเสริมให้แท็กซี่ไฟฟ้าโดดเด่นกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปแบบเดิมค่อนข้างมากเลยทีเดียว

 

AION ES Model เป็นรถขับเคลื่อนล้อหน้าด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้าใช้แบตเตอรี่ Lithium-ion ส่งมอบพละกำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 225 นิวตันเมตร สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตามมาตรฐาน NEDC พร้อมโหมดการขับขี่ 4 แบบ พร้อมล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ด้วยยางขนาด 215/55 R17 แบบหล่อ ๆ

 

จากการเป็นผู้ทดลองนั่งก็ต้องบอกว่าห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย แอร์เย็น แถมยังมีช่องเสียบให้ชาร์จแบตมือถือได้อีก การเป็นผู้โดยสารก็จะพบว่าช่วงล่างนุ่มนวลพอดี แต่ถ้าคนขับเป็นแบบมุดซ้ายมุดขวาก็น่าจะเกิดปัญหาทำให้เราเวียนหัวตามมาได้ เพราะดูเหมือนช่วงล่างนุ่ม ๆ จะไม่เหมาะให้วิ่งกันแบบรถแข่ง

 

ส่วนในการลองเป็นคนขับนั้น แม้แรงม้าและแรงบิดจะไม่ได้มากมาย แต่การขับเคลื่อนก็เป็นไปตามสไตล์รถไฟฟ้าคือมาเร็วและแรงแบบไม่ต้องรอรอบ แรงบิดดีพอตัว ซึ่งก็ถือว่าเพียงพอแล้วสำหรับการใช้งานรับผู้โดยสารภายในเมือง หรือระหว่างเมืองก็ให้สมรรถนะที่ไม่เป็นปัญหา เว้นเสียแต่ว่าจะขับไปท้ารบกับใคร ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่วิสัยของรถยนต์ที่ให้บริการในลักษณะนี้

 

ด้านการชาร์จไฟนั้นผู้ใช้งานก็สามารถชาร์จได้จากที่บ้านให้เต็มก่อนได้ เพราะแพ็คเกจของ AION ES Model เพื่อการขนส่งสาธารณะ นั้นจะมีราคาอยู่ที่ 929,900 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) มาพร้อม Home Charger พร้อมติดตั้ง ดังนั้นไม่ต้องห่วงเรื่องการต่อคิวเติมก๊าซ หรือกังวลกับค่าน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นแบบวันเว้นวัน

 

 

แบตเตอรรี่ Lithium-ion ขนาด 55.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง รองรับการชาร์จไฟกระแสสลับ AC รองรับสูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟ 0-100% ภายใน 6 ชั่วโมง และชาร์จไฟกระแสตรง DC รองรับสูงสุด 75 กิโลวัตต์ ชาร์จจาก 0-80% ภายใน 40 นาที

 

ดังนั้นการชาร์จ 1 ครั้งก็ไม่จำเป็นต้องไปแวะชาร์จที่อื่นอีก เพราะแม้รถจะติดขนาดไหนแต่รถยนต์ไฟฟ้าก็ไม่ได้กินพลังงานเหมือนเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันหรือไฮบริด ดังนั้นไม่ต้องห่วง แม้แบตจะหมดแต่อยากขับต่อก็แค่เข้าแอปของปตท.ที่จะให้จองจุดชาร์จรถไฟฟ้าได้ล่วงหน้า เลือกปั๊มได้อีก และระหว่างที่รอชาร์ตนั้นก็หากาแฟดื่ม หรือนอนงีบพักผ่อนในรถสักแป๊บก็ได้เช่นกัน

 

นอกจากนี้ยังมีการรับประกันแบตเตอรี่ 9 ปี หรือ 900,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน แถมด้วยฟรีค่าจดทะเบียน (ป้ายเขียว และป้ายเหลือง) ประกันภัยชั้น 3 และระบบมิเตอร์ พรมปูท้าย และกรอบป้ายทะเบียน ดังนั้นผู้ขับขี่เพียงมีใบขับขี่รถยนต์สาธารณะก็เพียงพอ ไม่ต้องไปขออะไรเพิ่มเติมให้วุ่นวาย

 

แต่สำหรับคนที่ชอบรูปร่างหน้าตาของ AION ES Model แต่ไม่ได้อยากใช้เพื่อขับแท็กซี่ ทาง EVme Plus ก็มี AION ES Model เพื่อบุคคลทั่วไป โดยจำหน่ายในราคา 850,000 บาท (ราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว) มาพร้อม Home Charger พร้อมติดตั้ง พรมปูท้าย และกรอบป้ายทะเบียน ฟรีค่าจดทะเบียน (ป้ายขาว) และการรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 200,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน

 

 

AION ES Model นับเป็นทางเลือกที่ดีมากมายสำหรับคนที่อยากจะใช้งานเป็นรถแท็กซี่ เพราะนอกจากจะได้ความประหยัดจากค่าพลังงานแล้ว รถยนต์ไฟฟ้ายังมีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่ถูกกว่ารถเครื่องยนต์สันดาปแบบหลายเท่าตัว ไม่มีการเปลี่ยนถ่ายของเหลวที่จุกจิก ไม่ต้องเปลี่ยนชิ้นส่วนสิ้นเปลืองเป็นระยะ และที่สำคัญไม่ก่อให้เกิดมลพิษเพิ่มขึ้นอีกด้วย

 

ส่วนใครที่อยากได้ไว้ใช้งานประจำวันก็จัดไป อย่าไปกังวลราคาขายต่อ เพราะแม้รถยนต์ไฟฟ้าจะมีราคาขายต่อที่ค่อนข้างจะตกลงมากกว่ารถยนต์สันดาป แต่เชื่อว่านับจากนี้เมื่อประชากรของรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้น ในวันข้างหน้าราคารถยนต์สันดาปก็น่าจะตกมากกว่า เพราะจะเริ่มไม่ได้รับความนิยมแล้ว

Scroll to Top